โปลิศนิวส์

อัยการสูงสุดเด้งกราวรูด 4 อัยการจังหวัดพัทยา ปมฟ้องมาเฟียไม่ทัน
POSTED ON 19/11/2564


เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุด ได้ลงนามใน คำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1990/2564 เรื่องให้พนักงานอัยการช่วยราชการปฏิบัติราชการและรักษาการในตำแหน่ง โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13,15และ27 แห่ง พรบ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 จึงมีคำสั่งให้พนักงานอัยการช่วยราชการปฏิบัติราชการและรักษาการในตำาแหน่งดังต่อไปนี้

 1.นายสุวิทย์ เทพรินทร์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานอัยการภาค 2 พ้นจากปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 2 และให้รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดพัทยา

2.น.ส.วรรณทนีย์ สุดสัตย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการภาค 2 พ้นจากรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดพัทยา และให้ช่วยราชการสำนักงานคดียาเสพติดปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดี

3.น.ส.วนิดา เศวตทิฆัมพร อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา ช่วยราชการสำนักงานคดีอาญาปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5

4.นายจิรัฏฐ์ เสรีกุลอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยาช่วยราชการสำนักงานคดีอาญาปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา

 5.นายกิตติ นันทวงษ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพัทยาช่วยราชการสำนักงานอัยการจังหวัดพัทยาอีกหน้าที่หนึ่ง

 6.นายธนกิจ โชติประดิษฐ์ รองอัยการจังหวัดพัทยาช่วยราชการสำนักงานคดียาเสพติดปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด

7.นายคมสัน รักการดี รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพัทยาช่วยราชการสํานักงานอัยการจังหวัดพัทยาอีกหน้าที่หนึ่ง

 8.นายอารักษ์ บัวแก้วอัยการจังหวัดผู้ช่วยสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยาช่วยราชการสํานักงานอัยการจังหวัดพัทยา

 9.นายภัทระ วัฒนชัย อัยการผู้ช่วยสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการพ้นจากช่วยราชการสํานักงานคดียาเสพติดและให้ช่วยราชการสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยา ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. เป็นต้นไป

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า การที่นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุดมีคำสั่งย้ายในครั้งนี้ ไม่ได้สรุปว่าอัยการจังหวัดพัทยาและอัยการผู้รับผิดชอบคดีมีความผิด แต่เมื่อมีประเด็นฟ้องผู้ต้องหาไม่ทันภายในระยะเวลากำหนดฝากขังจนผู้ต้องหาถูกศาลสั่งปล่อยและเกิดประเด็นที่สังคมและสื่อมวลชนมีคำถามและสงสัย อัยการสูงสุดจึงต้องมีคำสั่งให้ย้ายออกนอกพื้นที่ก่อนเพื่อทำการตรวจสอบ ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของอัยการสูงสุดที่ได้แถลงไว้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งว่า การทำหน้าที่ของพนักงานอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้เสมอ หากตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดก็สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิมได้ แต่ถ้ามีความผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคำสั่งย้ายดังกล่าวมาจากกรณีที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาสั่งฟ้อง นาย จั๋ง หยาง หรือลีโอ ผู้ต้องหาชาวต่างชาติกับพวกในข้อหาอุกฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บไม่ทันเป็นเหตุให้ศาลหมดอำนาจคุมตัว 84 วันจนผู้ต้องหาดังกล่าวต้องปล่อยตัวตามกฎหมายอย่างไรก็ตามในขั้นตอนทางอัยการสูงสุดก็จะตั้งกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวต่อไป