โปลิศนิวส์

ฟ้อง 100 ล้าน!เอเจส่งทนายร้องศาลเอาผิดคอลัมนิสต์ชื่อดังกล่าวหาเรื่องปั่นหุ้น
POSTED ON 10/09/2564


วันนี้ (9 ก.ย.64) เมื่อเวลา 15:00 น.ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร ประธานกรรมการ นายพิชัย ปัญจสังข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายบุณยสิทธิ์ แสงพงษ์พิทยา และนางปรางค์ทิพย์ จันทร์วิสิฐศักดิ์ กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) มอบอำนาจให้ว่าที่ร้อยตรี สุทธิศักดิ์ ประศาสน์ครุการ ทนายความ เป็นตัวแทนโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ไทยเดย์ ดอตคอม จำกัด  และนายสุนันท์ ศรีจันทรา เป็นจำเลยที่1- 2  ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหาย 100,024,657 บาท

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2564 เวลา 18.18 น. บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด จำเลยที่ 1 และ นายสุนันท์ ศรีจันทรา จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและคอลัมนิสต์ ชุมชนคนหุ้น จากหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ 360 องศา ได้ร่วมกระทำผิดเผยแพร่บทความ และภาพลง ใน WEB SITE https://mgronline.com/ หรือผู้จัดการออนไลน์ ในชุมชนคนหุ้น หัวข้อข่าว “ลาก AJA สวนควันปืนคดีปั่น / สุนันท์ ศรีจันทรา” และจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันเผยแพร่ภาพกราฟฟิกเขียนข้อความว่า “ลาก AJA สวนควันปืนคดีปั่น” และภาพปืน กระสุนปืน ลงตราเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ประกอบกับภาพกราฟราคาหุ้น

และเขียนบทความ “สำหรับนักลงทุนรายย่อย หุ้น AJA จัดเป็นหุ้นอันตราย ทั้งพฤติกรรมปั่นหุ้นในอดีต และราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในปัจจุบัน โดยไม่มีปัจจัยใดสนับสนุน จึงไม่ควรแตะต้องหุ้นตัวนี้เป็นอย่างยิ่ง” ปรากฏตามสำเนาภาพ และบทความในWebsite

การที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 นำเสนอบทความพร้อมภาพดังกล่าวเผยแพร่ในเว็บไซต์ เป็นการบ่งบอกกับประชาชน และสาธารณชนทั่วไปว่าหุ้น AJA ของโจทก์มีการสร้างราคาขึ้นไป และเสมือนการชี้นำว่าเป็นการเย้ยกฎหมาย เป็นการใส่ความโจทก์ด้วยภาพวาดภาพเขียนต่อสาธารณชนหรือผู้อื่น ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ลงข้อความ “สำหรับนักลงทุนรายย่อย หุ้น AJA จัดเป็นหุ้นอันตราย ทั้งพฤติกรรมปั่นหุ้นในอดีต และราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในปัจจุบัน โดยไม่มีปัจจัยใดสนับสนุน จึงไม่ควรแตะต้องหุ้นตัวนี้เป็นอย่างยิ่ง” เป็นการเจาะจงถึงบริษัทโจทก์ คำว่า “หุ้นอันตราย” นั้นคนทั่วไปและนักลงทุนหุ้นย่อมเข้าใจว่าหุ้นของโจทก์เป็นหุ้นที่ไม่ดี จำเลยทั้งสองจึงร่วมกันชี้นำให้ประชาชนและนักลงทุนเข้าใจผิด ทั้งพฤติกรรมปั่นหุ้นในอดีตนั้น โจทก์ไม่เคยต้องหาเกี่ยวกับคดีปั่นหุ้นเลย ส่วนราคาหุ้นสูงขึ้นนั้น เป็นเพราะนักลงทุนไม่เกี่ยวกับโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงทำตัวเป็นนักจัดอันดับหุ้นเสียเอง เป็นการใช้สิทธิที่เกินขอบเขตของกฎหมาย ทำให้โจทก์เสียหาย ทั้งภาพวาด ภาพกราฟฟิก และบทความเป็นการใส่ความโจทก์ ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังโดยการโฆษณาบน WEB SITE https://mgronline.com/ กระทำด้วยเอกสาร ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ หรือ บันทึกอักษรกระทำโดยกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปอ่าน หรือเขียนแสดงความคิดเห็นซึ่งจำเลยทั้งสองทราบดีว่าข้อความที่กล่าวมานั้นไม่เป็นความจริง จำเลยทั้งสองนำเสนอข่าวไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ โดยเพิ่มเติมความเห็นส่วนตัวและมีอคติกับโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ได้นำเสนอข่าวที่เป็นการปกป้องประชาชนโดยไม่ได้เสนอทางเลือกและนำเสนอทางออกให้กับประชาชนด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงจำเลยทั้งสองไม่ได้ติชมที่เป็นธรรมเฉกเช่นตามมาตรฐานสื่อมวลชน และวิญญูชนพึงกระทำ และใช้วิชาชีพสื่อมวลชนบนพื้นฐานที่เกินขอบเขตจนล่วงละเมิดสิทธิผู้อื่นทำให้โจทก์เสียหาย ต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และทางทำมาหาได้ของโจทก์ อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์

การที่จำเลยได้กระทำตามข้อความที่กล่าวมาในคำฟ้องนั้น ถือว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 16 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 83 มาตรา 90 และมาตรา 91  ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฎเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

นอกจากนี้โจทก์ ยังได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 100,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3 นับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.64 คำนวนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 24,657.53 บาท รวมเป็นเงินค่าเสียหาย 100,024,657.53 บาท และยังร้องขอให้ศาลสั่งจําเลยทั้งสองร่วมกันชําระค่าธรรมเนียมและค่าทนายในอัตราสูง ทั้งนี้ ศาลอาญาได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่    อ.2192  /2564  พร้อมกับนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 17 มกราคม 2565 เวลา 09.00 น. 

 

“การที่จำเลยได้บังอาจตัดต่อรูปภาพพร้อมเขียนข้อความอันเป็นเท็จโดยมีพฤติกรรมไม่ยำเกรง

ต่อกฎหมาย ตีแผ่ประกาศว่าบริษัทAJเป็นบริษัทอันตราย เป็นหุ้นไม่ดี ไม่ให้นักลงทุนมาลงทุนนั้น เป็นการล่วงละเมิดหมิ่นประมาทอย่างแรง มีเจตนาที่จะมุ่งทำให้AJเสียภาพพจน์ ทำลายชื่อเสียงของบริษัท ได้สร้างความเสียหายต่อบริษัทอย่างมาก ทั้งที่ผ่านมาเราได้ปฎิบัติตามกฏระเบียบของสำนักงานก.ล.ต.โดยตลอด มุ่งมั่นทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยทำผิดกฎหมาย มีธรรมภิบาลที่ดี ทางผมและบอร์ดได้เร่งประชุมด่วนในวันรุ่งขึ้นทันทีหลังจากรับข่าว และบอร์ดได้ลงมติแต่งตั้งทนายความมอบหมายให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องชื่อเสียงให้กับองค์กรของเรา บริษัทAJจะไม่ยอมปล่อยให้ใครมาเหยียบหยามดูถูกล่วงละเมิดเด็ดขาด สื่อที่ดีควรจะมีความเป็นกลาง มีจรรยาบรรณที่ดีครับ” ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร ประธานกรรมการAJกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

 

 

ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า  สำหรับ บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน)เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดัง มีสโลแกนติดตลาด”เอเจ พระเอกตัวจริง”เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท โดย มี ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร นั่งเป็นประธานกรรมการ และพลโท พจงเจตน์ มีปิ่น เป็นประธานกรรมการตรวจสอบของบริษัทดังกล่าว