โปลิศนิวส์

ตร.ชัยนาท รวบแก๊งอดีตตร.ปล้นพระเครื่อง-ทองคำ บ้านผู้เสียหายกวาดทรัพย์สิน กว่า 2 ล้านบาท
POSTED ON 10/01/2562


พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน 1.นายธินิตพงศ์ บารมีธีระภัสร์ อายุ 43 ปี 2.นายธนเดช แจ้งกระจ่าง อายุ 48 ปี 3.นายบรรพต ฟักเจริญ อายุ 35 ปี 4. นายไวพจน์ ทวีพูน อายุ 49 ปี อดีตตำรวจ สภ.จอหอ 5. นายเกรียงศักดิ์ สมสร อายุ 39 ปี และ6. นายคมเพชร์ โพธีวัต อายุ 49 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ ทั้งรถยนต์ , โทรศัพท์มือถือ และพระเครื่องชนิดต่างๆ จำนวน 7 องค์

 

จากกรณี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ระหว่างเวลาประมาณ 2ทุ่ม ได้มีเหตุปล้นทรัพย์โดยมี อาวุธปืน ที่บ้านของ นางละไม ทับฤทธิ์ อายุ 68 ปี ผู้เสียหาย ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท คนร้าย ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ หนัก 4 บาท พร้อมพระเครื่องจำนวนมาก

โดยพฤติการณ์คนร้ายที่มีไม่น้อยกว่า 6 คน บางคน สวมหน้ากากอนามัย และสวมใส่หมวกไอ้โม่ง ปิดบังใบหน้า เข้ามาทำการ งัดกระจกหน้าต่างบานเกร็ดเข้ามาในบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งขณะนั้น ผู้เสียหายกำลังพักผ่อนอยู่กับหลานสาว โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายขัดขืน แล้วขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้น ทำการตัดตู้เซฟพร้อมรื้อค้นเอาทรัพย์สินของผู้เสียหาย แล้วพากันหลบหนีไปโดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะ

หลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน สภ..หางน้ำสาคร และชุดสืบสวน ภูธรจังหวัดชัยนาท ร่วมกันทำการสืบสวน จนทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่มาก่อเหตุดังกล่าวประกอบด้วย นายธินิตพงศ์ บารมีธีระภัสร์, นายธนเดช แจ้งกระจ่าง , นายบรรพต ฟักเจริญ และนายไวพจน์ ทวีพูน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัด ชัยนาท ออกหมายจับไว้ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และสืบสวนติดตาม จนกระทั่งจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนได้ในเวลาต่อมา

จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับว่าได้ร่วมกันปล้นทรัพย์ตามวันเวลาดังกล่าวจริง โดยก่อนเกิดเหตุ ประมาณ 2 เดือน ผู้ต้องหาได้ข้อมูลว่า บ้านที่ก่อเหตุหลังดังกล่าวมีทรัพย์สินเก็บไว้ในตู้เซฟภายในบ้านจำนวนมาก และบ้านหลังดังกล่าวมีผู้หญิงแก่และเด็กพักอาศัยอยู่ กลุ่มคนร้ายจึงได้เดินทางดูลาดเลา และเส้นทางเข้าออก เส้นทางหลบหนีหลายครั้นจนแน่ใจแล้ว จึงนำอาวุธปืนและกำลังคนเดินทางจากกรุงเทพฯ มาลงมือก่อเหตุปล้นทรัพย์ ที่บ้านผู้เสียหาย ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี แล้วนำทรัพย์ที่ปล้นไปขายให้กับ นายเกรียงศักดิ์ สมสร และนายคมเพชร์ โพธีวัต เจ้าหน้าที่ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลของหมายจับ นายเกรียงศักดิ์ และนายคมเพชร์ ในข้อหา รับของโจร และติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ จากแนวทางการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ พบว่า ยังมีกลุ่มผู้ต้องหา ที่ร่วมบงมือก่อเหตุ และกลุ่มผู้สนับสนุน ซึ่งเป็นผู้นำจ้อมูลว่าบ้านของผู้เสียหายมีทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ก่อนจะชี้เป้าให้กลุ่มผู้ต้องหา ไปก่อเหตุปล้นทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

สำหรับประวัติคดีอาญา จากการตรวจสอบประวัติของ กลุ่มผู้ต้องหา พบว่า เคยต้องโทษคดีอาญา ดังนี้

นายธนิตพงศ์ ต้องโทษคดียาเสพติด พื้นที่ สน.ปทุมวัน เมื่อเดือน มิถุนายน 2542 เพิ่งพ้นโทษ เมื่อเดือน พ.ย.2559 

นายบรรพต เคยถูกจับกุม ในคดี ลักทรัพย์ในเคหะสถาน พื้นที่ สน.ตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2555

นายไวพจน์ มีหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ข้อหา ร่วมกัน รับของโจร พื้นที่ สภ.บางละมุง เมื่อปี 2555

นายเกรียงศักดิ์ ถูกดำเนินคดี ข้อหา ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย พื้นที่ สน.วัดพระยาไกร เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2545