โปลิศนิวส์

เส้นทางมิจฉาชีพ ชุติศรณ์ จันทร์กลัด ตระเวนหลอกเงินครู
POSTED ON 08/11/2561


ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์เรื่องราวของกลุ่มครู ว่า ถูกมิจฉาชีพ รายหนึ่งหลอกลวง โดยการเข้ามาอ้างตัวเป็นศิษย์เก่า และขอเงินสนับสนุนเป็นค่าบวชพระ ซึ่งส่วนมาก มิจฉาชีพรายนี้ จะเลือกกลุ่มครูที่ สูงอายุ หรือบางท่านเกษียณอายุราชการไปแล้ว โดยแต่ละท่าน ถูกหลอกลวงเอาเงินตั้งแต่ 1000-10000 บาท บางท่านไปแจ้งความไว้ แต่บางท่านไม่ได้แจ้งความ

หลังจากกลุ่มครูมีการแจ้งเตือนกันในแอพพลิเคชั่นไลน์ และโพสต์หน้าเฟสบุ๊คส่วนตัว ทั้งภาพ คลิปวิดีโอ และข้อความเตือนภัย ก็เป็นที่สนใจติดตามของคนในสังคมว่า ชายคนดังกล่าวเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าที่จะลงมือก่อเหตุและรอดพ้นไปได้ทุกครั้ง

เมื่อทำการรวบรวมข้อมูลของผู้เสียหายในเบื้องต้น ทราบว่า ส่วนมากจะเป็นข้าราชการครู และมีบางส่วนเป็นเจ้าของร้านขายของชำ รวมถึงเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ ผู้เสียหาย หลายรายร่วมกันสืบเสาะข้อมูล จนได้ชื่อของมิจฉาชีพรายนี้คือ นายชุติศรณ์ จันทร์กลัด

หนึ่งในผู้เสียหายคือ นางประนอม เปี่ยมคุ้ม อายุ 80 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ย่านพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 12 ดังกล่าว เล่าว่าเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา ชายคนดังกล่าว เข้ามาสอบถาม เรื่องค่าจอดรถ ที่ครูข้างบ้านฝากไว้ให้ ตนเอง จึงขอให้ชายคนดังกล่าว โทรไปสอบถามบุตรสาว บุตรสาว ได้บอกกับชายคนดังกล่าวว่า ข้างบ้านฝากเงินไว้ 500 บาท แต่คนร้ายได้ใช้อุบาย อ้างว่า บุตรสาวบอกว่า คนข้างบ้านฝากเงินไว้ 5,000 บาท หลังจากได้รับเงิน แล้ว ชายคนดังกล่าวรีบเดินหนีไปทันที โดยกล้องวงจรปิด 3 ตัวภายในร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด เธอจึงไปแจ้งความไว้ ที่ สน.หลักสอง

นางสาวสุภาพร พลอยศรีสุข เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ @me place ซอยเพชรเกษม 70 เป็นอีกหนึ่งผู้เสียหาย ที่ ถูกนายชุติศรณ์ ขอเช่าอพาร์ทเม้นท์ แต่จ่ายเงินให้ ไม่ครบตามจำนวน และตกแต่งห้องพักจนพังเสียหาย

“เขารื้อของในห้องเพื่อตกแต่งห้องใหม่ ทำห้องจนเละ พอถูกทวงถามค่าเช่าห้อง ก็บ่ายเบี่ยงและพยายามหลบหนีออกไปจากอพาร์ทเม้นท์ เมื่อรวมมูลค่าความเสียหาย แล้ว ประมาณ 2 หมื่นบาท เราไปแจ้งความไว้ที่สน.หลักสอง ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา และไม่คิดจะได้เงินคืน แต่ที่ออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อ เพราะไม่ต้องการให้นายไอซ์ไปก่อเหตุหลอกลวงใครอีก” นางสาวสุภาพร กล่าว

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายชุติศรณ์ ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหาย ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แต่ช่วงนั้น ยังไม่เป็นที่สนใจของสังคม กระทั่งเป็นข่าวครึกโครม ล่าสุด ศาลอาญาธนบุรี ได้ออกหมายจับไว้ ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่า ผู้ต้องหา เปิด เฟสบุ๊คส่วนตัวไว้กว่า 8 บัญชี ชื่อ “ชุติศรณ์ จันทร์กลัด” และภาพที่แสดงในเฟสบุ๊ค จะแต่งตัวคล้ายแพทย์ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเองเป็นแพทย์ เพราะผู้ต้องหา มักจะอ้างกับคนอื่นว่าตนเองเป็นแพทย์ อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช

ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หลักสอง ติดตามตัวนายชุติศรณ์ได้ หลังหลบหนีกบดานที่ อำเภอมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

“ผมกับเพื่อนชายอีกหนึ่งคนจะช่วยค้นหาประวัติของครูตามโรงเรียนต่างๆ ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วก่อนที่จะเข้าไปพบที่โรงเรียน หรือที่บ้าน และจะบอกกับครูว่ามเคยเป็นลูกศิษย์ และสมัยที่ยังเรียนครูเคยรับปากว่า หากถึงเวลาบวชจะขอเป็นโยมอุปฐาก” ชุติศรณ์ จันทร์กลัด” ก้มหน้ารับสารภาพ

“ส่วนเงินที่ได้ไปนั้น เขาอ้างว่า นำไปใช้จ่าย และเล่นเกม”

วันที่นายชุติศรณ์ ถูกจับกุมตัวมาสอบสวน ที่ สน.หลักสอง ผู้เสียหายหลายรายที่ทราบข่าว ได้เข้ามาชี้ตัว และสอบถามถึงสาเหตุของการหลอกลวง โดยนายชุติศรณ์ ได้กล่าวขอโทษทุกคนและก้มลงกราบขออภัยสำนึกในความผิด ตำรวจแจ้งข้อหาฉ้อโกง และแสดงตนเป็นบุคคลอื่นไว้ก่อน และหากมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดอื่นก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และจะคุมตัว นายชุติศรณ์ ไปขออำนาจศาลอาญาธนบุรี เพื่อทำการฝากขัง ในวันที่ 9 พ.ย.นี้