ยานยนต์

มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ยกระดับ ความปลอดภัย อีกขั้น ให้กับยาง นุ่ม-เงียบ ยอดนิยม
POSTED ON 01/10/2561


 

“มิชลิน” ก้าวไปอีกขั้น เพื่อพัฒนายางรถยนต์ที่ให้ความปลอดภัยยาวนาน แม้จะผ่านการใช้งานจนใกล้หมดดอกแล้วก็ตาม

ความท้าทายของการพัฒนายางรถยนต์ใหม่ ไม่ได้วัดกันที่สัมผัสแรกเมื่อลูกค้าเปลี่ยนยางรถยนต์แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่วันนี้โลกของยางรถยนต์โฟกัสไปที่การนำเสนอคุณค่าและความปลอดภัยที่ยาวนานแม้ยางจะถูกใช้ไปจนสึกหรอ จึงเป็นที่มาของการพัฒนา มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ( Michelin Primacy 4 )

 
 

ยางในตระกูล “ไพรมาซี่” นั้นมีชื่อเสียงมานานในเรื่องความนุ่ม เงียบ และประหยัดน้ำมัน มาในวันนี้ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ใหม่ มาในสโลแกน “อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน”1 (Safe When New, Safe When Worn) เพื่อตอกย้ำคุณสมบัติเด่นในเรื่องสมรรถนะการเบรกทั้งตอนใหม่และใกล้หมดดอก2 และยังได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของยางนุ่มเงียบ3

ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ มาพร้อม 2 เทคโนโลยีล้ำหน้าล่าสุดเอกสิทธิ์เฉพาะมิชลินที่ใช้เวลาออกแบบพัฒนานานถึง 3 ปี ไพรมาซี่ 4 ใช้เทคโนโลยีล่าสุดของมิชลิน ได้แก่ เทคโนโลยี EverGrip™ และ เทคโนโลยี Silent Rib รุ่นสอง

เทคโนโลยี EverGrip™ เป็นการผสานการทำงานกันอย่างลงตัวของ 2  เทคโนโลยี คือ “ร่องรีดน้ำแบบใหม่” โดยออกแบบให้ร่องดอกยางเป็นทรงเหลี่ยมมากขึ้นและกว้างกว่าเดิมเมื่อเทียบกับยางรุ่นก่อนหน้า ทำให้มีพื้นที่ในการรีดน้ำเพิ่มขึ้น 50% ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก และแม้ร่องรีดน้ำจะกว้างขึ้นแต่กลับมีพื้นที่หน้าสัมผัสมากขึ้นด้วย

และยังทำงานร่วมกับ “สูตรผสมเนื้อยางสมรรถนะสูงนวัตกรรมล่าสุด” เนื้อยางสูตรพิเศษคุณภาพสูงที่เพิ่ม Active Bonding Element ทำให้โมเลกุลของซิลิก้ากับโพลิเมอร์ยึดเกาะกันได้ดีและสม่ำเสมอกว่าสูตรเนื้อยางธรรมดาทั่วไป ทั้งยังส่งผลให้เนื้อยางมีความยืดหยุ่นกว่าและเกาะบนถนนเปียกได้ดีกว่า

นอกจากนี้ยังมี เทคโนโลยี Silent Rib รุ่นสอง ที่ช่วยลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสารด้วยแถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยางแบบเต็มหน้ายาง (Inter-Locking Bands) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดเสียงที่เกิดจากการบีบอัดอากาศภายในช่องว่างของบล็อกดอกยาง แต่ยังช่วยให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น จึงให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สบายตลอดการเดินทาง

ในประเทศไทย ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ วางจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 31 ขนาด (ขอบ 15-19 นิ้ว) ซึ่งครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถยนต์ชั้นนำหลายรุ่น อาทิ โตโยต้า แคมรี่ (Toyota Camry) , ฮอนด้า แอคคอร์ด (Honda Accord), บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 และซีรี่ส์ 5 (BMW 3 and 5 Series), เมอร์เซเดส เบนซ์ อี-คลาส และ ซี-คลาส (Mercedes Benz E and C Class) และรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่เน้นความปลอดภัยในการใช้งาน

มาลองดูผลการทดสอบที่จัดทำโดย บริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยการมอบหมายของ “มิชลิน” ให้ดำเนินการทดสอบระยะเบรกของยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ บนถนนเปียก เปรียบเทียบกับยางชั้นนำแบรนด์อื่น ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก2   ผลลัพธ์ที่ได้น่าประทับใจมาก นั่นคือเมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มยางใหม่ด้วยกัน ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ มีค่าเฉลี่ยระยะเบรกสั้นกว่ายางชั้นนำทั่วไป 2.5 เมตร4 และเมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มยางใกล้หมดดอก ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ มีค่าเฉลี่ยระยะเบรกสั้นกว่ายางชั้นนำทั่วไปถึง 5.1 เมตร5  ยิ่งกว่านั้นยังพบว่าเมื่อเทียบกับยางใหม่ของยางชั้นนำทั่วไป ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ที่ใกล้หมดดอกมีค่าเฉลี่ยระยะเบรกสั้นกว่ายางใหม่ของยางชั้นนำทั่วไปถึง 1.8 เมตร  หรืออาจกล่าวได้ว่า ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ที่ใกล้หมดดอกให้ความปลอดภัยมากกว่ายางใหม่บางรุ่นของยางชั้นนำทั่วไป1

ทุกวันนี้ผู้บริโภคชาวไทยเลือกใช้ยางรถยนต์โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของยางใหม่แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่สามารถรู้ถึงสมรรถนะของยางหลังจากใช้งานไปแล้ว โดยเฉพาะการเบรกและการเกาะถนนบนสภาพถนนเปียก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย

ผลการทดลองในสนามเป็นที่น่าพึงพอใจ แม้จะเป็นการนำยางใหม่มาเจียดอกยางลงให้เหลือเพียง 2 มิลลิเมตร เพื่อจำลองสภาพยางสึก เพราะยาง ไพรมาซี่ 4 ก็เพิ่งจะผลิตออกสู่ตลาด แต่ทางองค์กรกลางผู้ทำการทดสอบก็ใช้ยางใหม่เหมือนกันหมดทุกแบรนด์ และยางที่เก่าตามกาลเวลานั้นก็มีผลในเรื่องความนุ่มนวลและความยืดหยุ่นที่เปลี่ยนไปเป็นหลัก แต่ความสามารถในการรีดน้ำนั้นขึ้นอยู่ที่ร่องรีดน้ำ

ผลการทดสอบแบบใช้งานจริง ด้วยรถยนต์ Nissan Teana พบว่า มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ดูดซับแรงสะเทือนบนถนนได้ดีมาก โดยเฉพาะบนถนนซีเมนต์ต่างจังหวัดและในหมู่บ้านจัดสรร การปีนขึ้นลงลูกระนาดทำได้อย่างนุ่มนวล

ในย่านความเร็วสูง เสียงของยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 ในสภาพใหม่ ให้ความเงียบอย่างชัดเจน และนุ่มสบาย จากเทคโนโลยี Silent Rib และความประหยัดน้ำมันของรถยังดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นจุดเด่นของยางมิชลินทุกรุ่นอยู่แล้ว จากค่าแรงต้านการหมุน หรือ Rolling Resistance ที่ต่ำ และทำให้การออกตัวนุ่มนวลด้วย

การใช้งานในเมืองกรุง บนถนนเปียกในฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ทำการเปลี่ยนยางมาทดสอบ (เดือนกรกฎาคม 2561) รถสามารถหยุดได้มั่นใจและตอบสนองต่อการเบรกได้แม่นยำ บนทางด่วนยามที่ฝนหนาเม็ด ไม่พบอาการร่อนและเหินน้ำ ให้สมรรถนะการใช้งานจริงตรงกับที่ทำการทดสอบในสนาม

สามารถเลือกเปลี่ยนยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ได้ที่ เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ‘ไทร์พลัส’ และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ หรือคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม และเช็คราคายาง ได้ที่  www.michelin.co.th

+++++++++++++++++++++++++++++

1 จากผลการทดสอบระยะเบรกซึ่งวิ่งทดสอบ จังหวัดชลบุรี บนพื้นถนนเปียกและแห้งที่อุณหภูมิ 27-32 °C เมื่อเดือนมกราคม 2561 โดยติดตั้งยางมิชลินไพรมาซี่ 4 ขนาด 255/50R17 สี่เส้นใหม่บนรถทดสอบยี่ห้อฮอนด้ารุ่นแอ็คคอร์ดซึ่งขับขี่ด้วยความเร็ว 0 – 80 กม/ชม เปรียบเทียบกับยางมิชลินไพรมาซี่ 4 รุ่นเดียวกันที่ใกล้หมดดอก

คำว่า “ใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึง ยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2 มิลลิเมตร

จากผลการทดสอบเสียงภายในห้องโดยสารรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว 50 – 70 กม/ชม และผลการประเมินความนุ่มสบายที่ความเร็ว 30-50กม/ชม ดำเนินการทดสอบโดย บริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ตามคำขอของมิชลิน

จากผลการทดสอบระยะเบรกตามเงื่อนไขในข้อ 1) เปรียบเทียบระหว่างยางใหม่ของมิชลิน ไพรมาซี่ 4 และยางใหม่ของยางชั้นนำทั่วไป

5 จากผลการทดสอบระยะเบรกตามเงื่อนไขในข้อ 1)  เปรียบเทียบระหว่างยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 ใกล้หมดดอกกับยางชั้นนำทั่วไปในสภาพเดียวกัน

 

ข่าวสารยานยนต์ในประเทศไทย ข่าวรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ใหม่ บทความทดสอบผลิตภัณฑ์ รีวิวรถ ข่าวมอเตอร์สปอร์ต www.driveautoblog.com www.facebook.com/driveautoblog