จับเข่าคุย

ศึกศักดิ์(สี)กากี สะท้านสะเทือน กรมปทุมวัน
POSTED ON 30/01/2563


หลังจากปิดคดีชิงทองลพบุรี ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมนักสืบรุ่นเก๋า ปิดเมืองลพบุรี ตามล่าโจรฆ่าโหด 3 ศพ โดยใช้เวลาเพียง 13 วันหลังก่อเหตุ สามารถจับกุมผู้ต้องหา และแถลงชี้แจงผลการจับกุมได้โดยไร้ข้อกังขา

ไม่กี่อึดใจ หลังจากนั้น ฟ้าผ่ากลาง กรมปทุมวัน เพราะ คำสั่งเด้งฟ้าผ่า 2 นายพล ระดับ บิ๊กตำรวจ อย่าง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคำสั่ง ให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เข้าไปประจำศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หลายคนพุ่งปมประเด็นการโยกย้าย พล.ต.อ.วิระชัย ไปที่เรื่อง คลิปเสียงสนทนา ระหว่าง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ. วิระชัย ในทำนอง ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวคดี ยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์หักพาล ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี

และเป็นจริง ตามความคาดหมาย หลังจาก ผบ.ตร. ออกมายอมรับอย่างลูกผู้ชาย ชื่อ จักรทิพย์ ชัยจินดา ว่า เป็นผู้เสนอให้มีการโยกย้าย พล.ต.อ.วิระชัย ไปปฎิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี จริง เหตุผลมาจากประเด็นการปล่อยคลิปเสียงสนทนา เนื่องจากเป็นปัญหาต่อเอกภาพขององค์กร เพราะในเรื่องนี้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ผลกระทบจากศึกสีกากี ยังไม่จบแค่ 2 นายพลบิ๊กตำรวจ ยังชิ่งไถลไปถึง บิ๊กโจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์หักพาล ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วย เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี มีหนังสือคำสั่ง ให้ บิ๊กโจ๊ก รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ห้ามประพฤติชั่วร้ายแรง

จากคำสั่งดังกล่าว บิ๊กโจ๊ก ถึงกับต้องถอยทัพ กลับไปตั้งหลัก พึ่งทางธรรม เพิ่มสติปัญญา ด้วยการลาราชการ ไปบวชที่วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยอ้างว่า เป็นการบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยบวชทดแทนพระคุณท่าน จนได้บวชสมความตั้งใจ ได้รับฉายา "สุรเชฏฺฐโพธิ" แปลว่า ผู้มีปัญญาเครื่องตรัสรู้ ซึ่งเจริญที่สุดด้วยความกล้าหาญ

ส่วนปมประเด็นการโยกย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย หรือ บิ๊กช้าง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ของ ผบ.ตร. นั้น ยังไม่เป็นที่ปรากฎสาเหตุที่แท้จริงว่ามาจากปมประเด็นใด เพราะ บิ๊กแป๊ะ ชี้แจงเพียงว่า เป็นเรื่องของความเหมาะสม

หากมองในมุมนักวิเคราะห์ ศึกศักดิ์ศรี(สี)กากี แมตซ์นี้ ถ้าฝ่ายผู้พ่ายแพ้ ยังไม่ยอมจำนน ก็คงจะไม่จบเพียงเท่านี้ ฝ่ายตรงข้ามเพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม หาหนทางเอาคืนแบบหมัดต่อหมัด ก็เท่านั้น แต่ด้วย ผลงานที่ยังคงโดดเด่น และ ลูกน้องที่มากความสามารถ รวมถึง แบ็คอัพ ที่แข็งปั๋ง คงยากที่จะโค่นเก้าอี้ ของ “พิทักษ์ 1” ณ กรมปทุมวัน ลงได้อย่างง่ายดาย